ชีวิตเซ็กซ์อันลือลั่นของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 และตำนาน “เก้าอี้เซ็กซ์”
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward VII) หรือที่รู้จักในฉายา “Dirty Bertie” เป็นหนึ่งในกษัตริย์แห่งอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากชีวิตส่วนตัวอันฉาวโฉ่ โดยเฉพาะรสนิยมทางเพศที่ไม่ธรรมดาและความหลงใหลในความสุขสำราญ เรื่องราวของเขากลายเป็นตำนานที่เล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน โดยหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โด่งดังคือ “เก้าอี้เซ็กซ์” หรือ siège d’amour ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิกและวิถีชีวิตอันฟุ่มเฟือยของพระองค์
ชีวิตรักและมเหสีของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 มีชื่อเสียงจากการมีมเหสีและคู่รักมากมาย แม้จะทรงอภิเษกสมรสกับ เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเดนมาร์ก (Princess Alexandra of Denmark) แต่การแต่งงานนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าความรัก เจ้าหญิงอเล็กซานดรา ทรงทราบถึงพฤติกรรมของพระสวามีและยอมรับอย่างเงียบๆ หนึ่งในคู่รักที่โดดเด่นที่สุดคือ อลิซ เคปเปล (Alice Keppel) ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในชีวิตส่วนตัวและราชสำนัก นอกจากนี้ยังมีคู่รักคนอื่นๆ เช่น ลิลลี่ แลงทรี (Lillie Langtry) นักแสดงสาวชื่อดัง และ เจนนี่ เชอร์ชิลล์ (Jennie Churchill) มารดาของวินสตัน เชอร์ชิลล์ ซึ่งสะท้อนถึงเสน่ห์และความสัมพันธ์ที่กว้างขวางของพระองค์
พฤติกรรมทางเพศและรสนิยมอันเย้ายวน
ในช่วงที่ยังทรงดำรงตำแหน่งเจ้าชายแห่งเวลส์ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ทรงเป็นที่รู้จักจากความชื่นชอบสถานบันเทิงยามค่ำคืนและซ่องหรู โดยเฉพาะ Le Chabanais ในกรุงปารีส ซึ่งเป็นสถานที่โปรดปรานของพระองค์ พระองค์ทรงมีรสนิยมที่หลากหลายและเปิดกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับยุค Edwardian Era ที่สังคมเริ่มยอมรับเรื่องเพศมากขึ้น น้ำหนักตัวของพระองค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายพระชนม์ (รอบเอวประมาณ 48 นิ้ว) อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้พระองค์แสวงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการทางกายภาพอย่างสะดวกสบาย
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7
แม้ชีวิตส่วนตัวของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากบางกลุ่ม แต่พระองค์ยังคงเป็นที่รักของประชาชน ด้วยบุคลิกที่เปิดเผย เข้าถึงได้ง่าย และบทบาททางการทูตที่สำคัญ เช่น การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับฝรั่งเศสผ่าน Entente Cordiale การครองราชย์ของพระองค์สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในยุค Edwardian Era ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราและความทันสมัย
ต้นกำเนิดของเก้าอี้เซ็กซ์
หนึ่งในตำนานที่เล่าขานเกี่ยวกับ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 คือการสร้าง “เก้าอี้เซ็กซ์” หรือ siège d’amour ซึ่งถูกสั่งทำในช่วงที่พระองค์ยังทรงเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ เก้าอี้นี้ถูกออกแบบและสร้างโดย หลุยส์ ซูบรีเย (Louis Soubrier) ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังแห่งกรุงปารีส ลักษณะของเก้าอี้ประกอบด้วยโครงสร้างพิเศษที่มีที่พักเท้าและเบาะปรับได้ เพื่อรองรับการมีเพศสัมพันธ์ในตำแหน่งที่หลากหลายและสะดวกสบาย ซึ่งสะท้อนถึงความฟุ่มเฟือยและรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของพระองค์
บทบาทและการใช้งานของเก้าอี้
เก้าอี้เซ็กซ์ถูกจัดวางไว้ในห้องส่วนตัวของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ที่ Le Chabanais ซ่องหรูในกรุงปารีส ซึ่งพระองค์ใช้เป็นสถานที่พบปะคู่รักในรูปแบบที่หลากหลาย เก้าอี้นี้ถูกออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนพระองค์ โดยเฉพาะเมื่อน้ำหนักตัวที่มากขึ้นทำให้การเคลื่อนไหวมีข้อจำกัด เก้าอี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเย้ายวนและความพิถีพิถันในชีวิตส่วนตัวของพระองค์
ชะตากรรมของเก้าอี้เซ็กซ์
หลังจาก พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 สวรรคตในปี 1910 เก้าอี้เซ็กซ์ยังคงอยู่ที่ Le Chabanais จนกระทั่งซ่องแห่งนี้ปิดตัวลงในปี 1946 ตามกฎหมายฝรั่งเศสที่สั่งปิดสถานบริการทั่วประเทศ ต่อมาเก้าอี้ถูกขายในการประมูลส่วนตัว และปัจจุบันมีการจัดแสดงแบบจำลองในพิพิธภัณฑ์ เช่น Sex Machines Museum ในกรุงปราก ซึ่งดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
บทสรุป
ชีวิตเซ็กซ์อันลือลั่นและตำนานเก้าอี้เซ็กซ์ของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงความซับซ้อนของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เรื่องราวเหล่านี้ไม่เพียงเผยให้เห็นมิติส่วนตัวของพระองค์ แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจบริบททางวัฒนธรรมและสังคมในยุค Edwardian Era ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ใส่ความเห็น